คำถามเกี่ยวกับ Maiko・Geiko 

ตอบโดยอดีต Maiko

Maiko and Geiko

 

อะไรคือความแตกต่างของทรงผมระหว่าง maiko และ geiko

Q

A

แบบทรงผมของ maiko และ geiko มีความแตกต่างกัน ทรงผมของ  Maiko นั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุ

การทำผมจะแตกต่างกัน  แบบผมที่ Maiko ทำในช่วงอายุ 15-18 หรือ 3ปีแรกของการเป็น Maiko จะเรียกว่า "Wareshinobu" หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น "Ofuku srtyle" ในวันขึ้นปีใหม่จะเป็นทรง "Yakko Shimada style" และในระหว่างเทศกาลงาน Gion จะเปลี่ยนเป็นทรง "Katsuyama style"  และแบบผมทรงสุดท้ายของ Maiko ก่อนที่จะกลายเป็น Geiko คือทรง "Sakkou style"  มีเพียง Maiko เท่านั้นที่จะติดดอกไม้ หรือเครื่องประดับผม

Q

การแต่งหน้าของ Maiko และ Geiko แตกต่างกันอย่างไร

A

การแต่งหน้าของ Maiko จะให้ความรู้สึกน่ารักและอ่อนเยาว์ และจะทาลิปสติกแค่ริมฝีปากล่างในปีแรก แต่ระยะเวลานี้ก็จะแตกต่างกันไปแต่ละ Hanamachi การแต่งหน้าของ Geiko จะดูเก๋ และงดงาม จะแต่งเพิ่มในส่วนของคิ้ว อายไลน์เนอร์ และลิปสติก หากเทียบกับ Maiko. Maiko บางคนหลังจากเดบิวไม่กี่ปีก็จะแต่งหน้าแบบ Geiko 

Q

อะไรคือคุณสมบัติที่จะสามารถเป็น Geiko ได้

A

Maiko โดยความหมายที่แท้จริงแล้วคือเด็กสาวนักร่ายรำ แต่ Geiko ต้องการความสามารถที่มากกว่านั้น เช่น การเล่น shamisen(เครื่องดนตรีญี่ปุ่น), การขับร้องเพลง เป็นต้น Geiko จะมีชั่วโมงการเรียนรู้ที่มากว่า Maiko หากเปรียบเทียบกัน คือ การร่ายรำ, การชงชา, ดนตรี และยังมีอีกหลายอย่างที่ Geiko สามารถเรียนได้ เช่น การจัดดอกไม้, Koto, ขลุ่ยญี่ปุ่น, Nagauta (เพลงยาว) เป็นต้น หรือชั่วโมงเรียนที่พิเศษ เช่น การเล่นโกะ และการวาดภาพ Haiga

History of maiko

 

Q

อะไรคือที่มาของ Maiko

A

Hanamachi ที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตตั้งอยู่ใกล้กับ Kitanotanman-gu เรียกว่า Kamishichiken  เมื่อตอนที่ Hideyasu Toyotomi เป็น Taiko(ตำแหน่งหลังเกษียณของ Kampaku ซึ่ง Kampaku ก็คือตำแหน่งผู้สำเร็จราชการสำหรับจักรพรรดิที่ทรงเจริญพระชนพรรษาแล้ว  ) ได้จัดงานชงชาที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าร่วมงาน และ สถานที่ชงชา 7 แห่งเปิดให้บริการ เพื่อให้ความบรรเทิงกับลูกค้า เริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟอาหาร การร่ายรำ และร้องขับร้อง และนี่คือที่มาของ Geiko  และสถานที่นั้นก็ได้ถูกขนานนามว่า Ochaya ที่ซึ่ง Maiko และ Geiko ทำงาน ส่วนหญิงสาวที่เข้ารับการฝึกเพื่อที่จะเป็น Geiko ก็ได้รับการเรียกว่า Maiko เป็นต้นมา และในขณะเดียวกันนั้น สำนักชงชาใกล้กับ ศาลเจ้า Yasaka ได้กลายเป็น Hanamachi ที่ถูกเรียกว่า Gioncho และนี่คือที่มาของ Maiko และการก่อตั้ง Hanamachi

Maiko ในอดีต และปัจจุบันมีความแตกต่างกันหรือไม่

Q

A

มีบางอย่างที่ยังคงความเหมือน และบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว Maiko ทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง โดยจะมีสัญญากับทาง Okiya ลักษณคล้ายๆ กับ agency และในระหว่างเทอม (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทาง Okiya) Maiko จะได้รับเงินจากทาง Okiya ซึ่งทาง Okiya จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่จำเป็นให้กับ Maiko เช่น เครื่องแต่งกาย และค่าเล่าเรียน หลังจากหมดสัญญาแล้ว (โดยปกติระยะเวลา 5-6ปี) Maiko จะได้รับค่าจ้าง และ สามารถรับงานได้ด้วยตัวเอง บาง Okiya จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนให้

ในสมัยก่อน Maiko ไม่ควรมีรูปร่างสูง แต่ในสมัยนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป

What is Hanamachi?

 

จะสามารถพบ Maiko ได้ที่ไหน

Q

A

สถานที่หรือแหล่งที่ Maiko อยู่จะเรียกว่า Hanamachi ในปัจจุบันนี้มี hanamachi อยู่ 5 ที่ในเกียวโต ที่ยังคงเปิดบริการซึ่งเรียกว่า Gokagai  แต่ละ Gokagai จะมีสิทธิส่วนบุคคล มี Hanamachi อยู่ทางเหนือ และตะวันออกของเกียวโต ซึ่งแต่ละ Gokagai จะร่วมด้วยกันบ้างบางครั้งในแต่ละปี แต่ตามปกติแล้วจะแยกกันทำงานในโซนของตนเอง Maiko ทุกคนจะเป็นของ Gokagai

ทำไม Maiko ถึงทำงานในพื้นที่ต่างกัน  และแสดงโชว์แตกต่างกัน

Q

A

มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะสามารถพบเจอ Maiko เพราะในสมัยนี้ Maiko เดินทางโดยรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตามจะมี 2วันที่มีโอกาสที่ได้พบ Maiko 

หนึ่งคือ เช้าวันที่ 7 มกราคม Maiko จะออกมาเดินทักทายเนื่องในวันปีใหม่ อีกหนึ่งวันคือ วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่ง Maiko จะออกมาทักทายเช่นเดียวกับเดือนมกราคม เนื่องในวันเริ่มฤดูร้อน ใน2วันนี้ท่านจะได้พบกับ Maiko ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสหายาก มีสถานที่ที่ท่านสามารถเข้ารับชมการร่ายรำของ Maiko ได้ที่ถนน Gion 

Maiko's work and life

 

Maiko ใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร

Q

A

Maiko ตื่นนอนเวลา 8~9 โมงเช้า แต่งชุดกิโมโน และแต่งหน้าเพื่อเริ่มบทเรียน เมื่อ Maiko เข้าเรียนจะไม่ทาหน้าขาว หลังจากบทเรียน มารยาทในการเยี่ยมชม พวกเค้าจะมีเวลาว่างส่วนตัวจนถึง  4 โมงเย็น จึงอาบน้ำ และทานอาหารเย็น หลังอาหารเย็นพวกเค้าจะแต่งหน้า และจะมีช่างแต่งชุดกิโมโนมืออาชีพซึ่งเรียกว่า Otokoshi มาแต่งชุดกิโมโนให้ การเตรียมตัวช่วงนี้จะเรียกว่า Okoshirae ประมาณ 6 โมงเย็น  Maiko จะเริ่มทำงาน  งานของ Maiko โดยส่วนมากคือการบริการ และร่ายรำต่อหน้าลูกค้า และจะเลิกงานในตอนเที่ยงคืน เมื่อกลับถึงบ้านก็จะเช็ดเครื่องสำอางออก และอาบน้ำ หลังจากนั้นจะเป็นเวลาอิสระ บางคนเข้านอน บางคนทานอาหาร

มีงานอย่างอื่นนอกเหนือจากการบริการ และร่ายรำ หรือไม่

Q

A

Maiko ไปต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมโชว์ และงานอีเวนต์ รวมทั้งเข้าร่วมร่ายรำในงานอีเวนต์ที่โอซาก้า หรือเกียวโต หรือแม้แต่เดินทางไปต่างประเทศในบางครั้ง 

 

How to become a maiko?

คุณสมบัติของการเป็น Maiko

Q

A

ต้องเป็นหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากจะสามารถเป็น Maiko ได้ถึงอายุ 20 ปีเท่านั้น ไม่มีการกำหนดความสูงตายตัว แต่ต้องไม่สูง

สิ่งที่ควรระวังหลังจากการเป็น Maiko

Q

A

◆ภาษา…Maiko ต้องพูดภาษาสำเนียงเกียวโตโดยเฉพาะ
◆ทัศนคติที่มีต่อ Maiko รุ่นพี่…ในโลกของ Maiko มีกฏมากมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับ Maiko รุ่นพี่และรุ่นน้อง

มีการสืบทอดอย่างไร

Q

A

ในสมัยก่อนนั้น รับจากคนในครอบครัว หรือคนรู้จักกัน

แต่ในสมัยนี้เปิดรับคนทั่วไปให้มาสมัครได้ แม้แต่ลงรับสมัครในเวปไซต์

ในช่วงที่ผ่านมา Maiko ลดลงอย่างมาก เคยมีช่วงที่ Maiko ขาดแคลน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีผู้สมัครเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกครั้งA

ต้องทำอย่างไรหากต้องการเป็น Maiko

Q

A

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเข้าเรียน, การฝึกร่ายรำ และดนตรี บทเรียนในตอนเช้าโดยปกติจะเริ่มประมาณ 10:00, บางบทเรียนเริ่ม 9:00 Maiko (โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น) ต้องมาแต่เช้าเพื่อจองบทเรียนด้วยตนเอง ในระหว่างที่รอเป็นมารยาทที่จะต้องกลับไปเยี่ยม Ochaya ที่ซึ่งตนทำงานเมื่อคืน สิ่งสำคัญถัดมาคือจะต้องจำลูกค้าให้ได้ และการแต่งกาย เช่น การสวมกิโมโน, การติดเครื่องประดับผม, การแต่งหน้า เป็นต้น รวมถึงการอ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าว เพื่อติดตามข่าวสารเพิ่มสติปัญญาความรู้ และใช้ภาษาที่สวยงาม

อะไรคือเหตุผลที่กลายมาเป็น Maiko

Q

A

เหตุผลจะแตกต่างไปแต่ละบุคคล  ฉันเคยได้ยินมาว่าบางคนดูจากรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับ Maiko หรือบางคนได้มาลองประสบการณ์แต่งเป็น Maiko แล้วสนใจ  แต่น้อยมากที่มาเป็น Maiko เพราะที่บ้านมีสมาชิกครอบครัวเคยเป็น Maiko มาก่อน ในปัจจุบันนี้ Maiko ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากจังหวัดอื่น ไม่ค่อยมีที่เป็นคนเกียวโตแท้ๆ

About Makeup

 

ทำไม Maiko ถึงต้องทาหน้าขาว

Q

A

เพราะว่าในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ต้องพึ่งความสว่างจากแสงเทียน และการที่ทาหน้าขาวทำให้ Maiko ดูสวยงามภายใต้แสงเทียน Maiko จะทาอายไลเนอร์น้อยกว่า geiko.

Maiko ต้องทาหน้าขาวอยู่ตลอดเวลาหรือไม่

Q

A

เหล่า Maiko จะทาหน้าขาว, แป้งสีชมพู, ทาคิ้ว, อายไลเนอร์ และลิปสติก เฉพาะเวลาทำงาน Maiko จะไม่ใช้ eyeshadow และในเวลาเข้าเรียน หรือเวลาอิสระ Maiko จะแต่งหน้าธรรมดา

ทำไม Maiko ถึงทาลิปสติกแค่ริมฝีปากล่าง

Q

A

ฉันเองก็ไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่ในช่วง 6 เดือนแรก Maiko จะแต่งหน้าแบบนี้

ในปัจจุบันนี้มีเพียง Maiko ที่ทำงานที่ Gion ถึงจะแต่งหน้าแบบนี้  และยังมีการแต่งหน้าแบบที่ ทาฟันเป็นสีดำเมื่อตอนที่ Maiko ทำผม Sakko style ก่อนที่จะเปลี่ยน Erikae ฉันคาดเดาว่าการแต่งแบบนี้เป็นหนึ่งในการแสดงออกว่าตนเป็น Maiko รุ่นพี่

※Erikae(collar change)…จาก Maiko ไปเป็น Geiko ※Sakko…แบบทรงผมสุดท้ายของ Maiko ก่อนที่จะกลายเป็น Geiko.

ใครเป็นผู้คิดการแต่งหน้าของ Maiko

Q

A

ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มการแต่งหน้าของ Maiko แต่หากได้เข้ามาเป็น Maiko แล้ว จะได้เรียนการแต่งหน้า จาก Maiko รุ่นพี่ หรือ ผู้หญิงที่ดูแล Okiya ในตอนแรก หลังจากนั้นจะเรียนรู้จากการสังเกตุคนอื่นเวลาแต่ง 

กระแสแฟชั่นจะมีอิทธิพลหรือไม่

Q

A

การแต่งหน้าของ Maiko และ Geiko ไม่เปลี่ยนไปจากสมัย 300 ปีก่อนที่ยังไม่มีไฟฟ้า  ขั้นตอนกระบวนการแต่งหน้าจะต้องไม่ได้รับอิทธิพลจากกระแสแฟชั่น และถ่ายทอดไปในรุ่นถัดไปในอนาคต เพราะฉนั้น Maiko จะต้องแต่งหน้าตามแบบแผนโดยไม่ตามกระแสแฟชั่น

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการทาสีด้านหลังเป็น V-shaped และ W-shaped 

Q

A

โดยปกติแล้ว Maiko จะทาสีเป็น V shaped ที่คอด้านหลัง แต่เมื่อสวม crested kimono(แบบเป็นทางการ) ในโอกาศพิเศษ เช่น วันปีใหม่ Maiko จะทาสีเป็น W shaped  การทาสีเป็น W shaped บางครั้งจะเรียกว่า Sanbonashi (สามขา)

Maiko ทุกคนแต่งหน้าเหมือนกันหรือไม่

Q

A

โดยมาตรฐานแล้วใช่ แต่ Maiko รุ่นพี่บางครั้งจะปรับแต่งการแต่งหน้าของตัวเอง ซึ่ง Maiko ที่เพิ่งเข้าใหม่จะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำ

Maiko ซื้อเครื่องสำอางที่ไหน

Q

A

ที่ย่าน Shinkyogoku หรือร้านเครื่องสำอางในเกียวโต ถ้าหากมีร้านเครื่องสำอางใกล้บ้าน ก็จะซื้อจากที่นั่น 

About Costume

ลักษณะการแต่งตัวแบบ Maiko เป็นอย่างไร

Q

A

อย่างแรก Obi ของ Maiko จะยาวมาก (ประมาณ 7 เมตร) อีกด้านของ Obi จะมีตราประจำตระกูล แขนของกิโมโนก็ยาวด้วยเหมือนกัน กิโมโนของ Maiko จะคล้ายกับกิโมโนของเด็ก เพราะในสมัยก่อนเด็กสาวอายุ 10-15 ปีก็เริ่มเข้ามาเป็น Maiko แล้ว มีการพับตรงไหล่

 

Maiko มีชุดทั้งหมดกี่ชุด

Q

A

Maiko จะมีประมาณ 12 ชุด (เดือนละ 1 ชุด) และชุดเป็นทางการของฤดูร้อน ชุดสำหรับวันปีใหม่ และออกงานต่างๆ  โดยรวมแล้วจะมีประมาณ 15-16 ชุดสำหรับ 1 ปี  แพลนถ่ายรูป Maiko Studio ที่ร้าน Yumeyakata ของเรามีชุดเตรียมไว้ให้หลากหลายมากมาย

ทำไมถึงต้องใส่กิโมโน

Q

A

เพราะในสมัยก่อนที่ Maiko ทำงานเป็นช่วงสมัยที่มีการแต่งกิโมโนในชีวิตประจำวัน ต่างจากในปัจจุบันที่มีการแต่งกายทันสมัย

Other

 

ท่าโพสที่ดูดีสำหรับการถ่ายรูป Maiko 

Q

A

รูปจะดูสวยขึ้นหากถ่ายจากด้านข้าง Maiko จะติดเครื่องประดับผมอันใหญ่ทางด้านซ้าย ดังนั้นหากถ่ายรูปทางด้านซ้ายก็จะให้ความสวยงามเมื่อแต่งชุด Maiko  และอย่างลืมซ่อนมือไว้ในแขนชุดกิโมโน การถ่ายด้านหลังก็จะให้ความงดงามอีกแบบ เพราะ Maiko ผูก obi แบบยาวซึ่งเรียกว่า Darariobi ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของ Maiko และจะเห็นความสวยงามของคอด้านหลัง Maiko  

ท่าโพสที่สวยที่สุดคือท่าทางการร่ายรำของ  Maiko  การร่ายรำแบบญี่ปุ่นค่อนข้างยากดังนั้นเวลาโพสจึงต้องเน้นให้เห็นถึงความสวยงามของการรำ

ทำไมเวลาทำผมจึงต้องใช้หวี

Q

A

การใช้หวีเป็นการดูแล และถนอมผม หวีถูกใช้เป็นเครื่องประดับผมด้วย  Maiko ที่กำลังจะกลายเป็น Geiko ในไม่ช้าจะใช้หวีเป็นเครื่องประดับผม

ใช้เวลานานแค่ไหนในการแต่งชุดกิโมโน และแต่งหน้า

Q

A

ที่ร้าน Yumeyakata เราใช้เวลาในการแต่งหน้า และแต่งตัว 1 - 1.5  ชั่วโมงโดยประมาณ

Maiko ที่แท้จริงจะใช้เวลาในการแต่งตัวและแต่งหน้าเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง